PRAKRUANGTHAI.ORG - ศูนย์พระเครื่องไทย [เครื่องรางยอดนิยม]

 

เชษฐ์ ราชบุรี
คุณพิเชษฐ์ โอท็อป
โทร. 062-549-9669
bhicheat@hotmail.co.th
ขณะนี้มีผู้เข้าชม: 40 คน
ผู้เข้าชม: 17146 ครั้ง
Administrator
สงวนลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
PRAKRUANGTHAI.ORG
จัดทำโดย
สยามอนุรักษ์ ดอท คอม
เครื่องรางยอดนิยม
กะลาแกะพระราหูอมจันทร์ (รูปทรงสามเหลี่ยม) หลวงพ่อกริ่ง
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
รายละเอียด:
กะลาแกะพระราหูอมจันทร์ (รูปทรงสามเหลี่ยม) หลวงพ่อกริ่ง วัดโพธิ์เลี้ยว จ.กาญจนบุรี..

กะลาแกะพระราหูอมจันทร์ (รูปทรงสามเหลี่ยม) หลวงพ่อกริ่ง วัดโพธิ์เลี้ยว จ.กาญจนบุรี อันนี้มีสภาพสวยแชมป์ สมบูรณ์มากครับ ลายมือจารเป็นลายมือของหลวงพ่อกริ่งมาตรฐานชัดเจนดูง่าย (ติดรางวัลที่1 งานสมาคม เมื่อวันที่23 สิงหาคม ปี2563 ณ.ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ)

กะลาแกะพระราหูอมจันทร์ (รูปทรงสามเหลี่ยม) ชุดนี้ได้ออกให้บูชาเมื่อคราวที่ วัดศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้จัดงานผูกพัทสีมาฝังลูกนิมิตพระอุโบสถ เมื่อปี2505...

พระครูวิธานกาญจนกิจ (หลวงพ่อกริ่ง ปัญญาพโล วัดโพธิ์เลี้ยว) นามเดิมชื่อ นายกริ่ง จินดากูล เกิด 30 มีนาคม พ.ศ.2460 ขึ้น 8 ค่ำเดือน 5 ปีมะเส็ง ที่บ้านทวน ต.บ้านทวน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี โยมบิดาชื่อ นายนาค โยมมารดาชื่อ นางเทียบ……….

บรรพชาอุปสมบทเมื่อวันที่ 24 เมษยน พ.ศ. 2483 ณ วัดท่าเรือ ต.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี โดยพระครูวรวัตตวิบูลย์ หรืออาจารย์เฉื่อย วัดเเสนตอ เป็นพระอุปัชฌาย์ , พระอธิการวุ้น พุทธสโร วัดท่าเรือ พระกรรมวาจาจารย์ , พระใจ วัดแสนตอ เป็นอนุสาวนาจารย์ สังกัดวัดวังศาลา ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

หลวงพ่อกริ่งท่านเป็นคนรักสันโดด และชอบเรื่องคาถาอาคมมาก ว่ากันว่าท่านเริ่มสนใจศึกวิชาคาถาอาคมมาตั้งแต่เป็นเณร เมื่อท่านบรรพชาอุปสมบทแล้ว อาจารย์ของท่านจึงได้ส่งให้ท่านไปอยู่กับหลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ โดยไปสังกัดอยู่วัดศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อศึกษาธรรมและร่ำเรียนวิชาอาคมราหูอมจันทร์ และการสร้างวัวธนู หลวงพ่อน้อยท่านรู้ดีว่าหลวงพ่อกริ่งนั้นชอบวิชาอาคมมาก ท่านจึงได้เสกหมากเสกพลูให้หลวงพ่อกริ่งเคี้ยวทุกวัน และให้เข้าพิธีบูชาราหูในคืนที่มีจันทรุปราคา ให้ครบสี่ครั้งก่อนถึงจะสามารถเข้ารับการครอบครูราหูจากหลวงพ่อน้อยได้ และเมื่อได้ผ่านพิธีการครอบครูแล้ว ท่านก็ได้ช่วยหลวงพ่อน้อยจารกะลานับแต่บัดนั้น ...

หลวงพ่อกริ่งท่านใช้เวลาเรียนวิชา และอยู่ปรนนิบัติหลวงพ่อน้อยจนถึงวาระสุดท้ายเป็นระยะเวลา 6ปี ก่อนที่จะได้รับการแต่งให้ไปเป็นเจ้าอาวาส วัดโพธิ์เลี้ยว จ.กาญจนบุรี ในปี2487.......

(ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก // คำบอกเล่าผู้เฒ่าผู้เเก่ในท้องที่ , สื่ออินเตอร์เน็ตอื่นฯลฯ)


มูลค่าสะสม: โทรถาม

กะลาแกะพระราหูอมจันทร์ (รูปทรงกลม) หลวงพ่อกริ่ง
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
รายละเอียด:
กะลาแกะพระราหูอมจันทร์ (รูปทรงกลม) หลวงพ่อกริ่ง วัดโพธิ์เลี้ยว จ.กาญจนบุรี..

กะลาแกะพระราหูอมจันทร์ (รูปทรงกลม) หลวงพ่อกริ่ง วัดโพธิ์เลี้ยว จ.กาญจนบุรี อันนี้มีสภาพสวยแชมป์ สมบูรณ์มากครับ ลายมือจารเป็นลายมือของหลวงพ่อกริ่งมาตรฐานชัดเจนดูง่าย (ติดรางวัลที่1 งานสมาคม เมื่อวันที่23 สิงหาคม ปี2563 ณ.ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ)

กะลาแกะพระราหูอมจันทร์ (รูปทรงกลม) ชุดนี้ได้ออกให้บูชาเมื่อคราวที่ วัดศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้จัดงานผูกพัทสีมาฝังลูกนิมิตพระอุโบสถ เมื่อปี2505...

พระครูวิธานกาญจนกิจ (หลวงพ่อกริ่ง ปัญญาพโล วัดโพธิ์เลี้ยว) นามเดิมชื่อ นายกริ่ง จินดากูล เกิด 30 มีนาคม พ.ศ.2460 ขึ้น 8 ค่ำเดือน 5 ปีมะเส็ง ที่บ้านทวน ต.บ้านทวน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี โยมบิดาชื่อ นายนาค โยมมารดาชื่อ นางเทียบ……….

บรรพชาอุปสมบทเมื่อวันที่ 24 เมษยน พ.ศ. 2483 ณ วัดท่าเรือ ต.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี โดยพระครูวรวัตตวิบูลย์ หรืออาจารย์เฉื่อย วัดเเสนตอ เป็นพระอุปัชฌาย์ , พระอธิการวุ้น พุทธสโร วัดท่าเรือ พระกรรมวาจาจารย์ , พระใจ วัดแสนตอ เป็นอนุสาวนาจารย์ สังกัดวัดวังศาลา ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

หลวงพ่อกริ่งท่านเป็นคนรักสันโดด และชอบเรื่องคาถาอาคมมาก ว่ากันว่าท่านเริ่มสนใจศึกวิชาคาถาอาคมมาตั้งแต่เป็นเณร เมื่อท่านบรรพชาอุปสมบทแล้ว อาจารย์ของท่านจึงได้ส่งให้ท่านไปอยู่กับหลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ โดยไปสังกัดอยู่วัดศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อศึกษาธรรมและร่ำเรียนวิชาอาคมราหูอมจันทร์ และการสร้างวัวธนู หลวงพ่อน้อยท่านรู้ดีว่าหลวงพ่อกริ่งนั้นชอบวิชาอาคมมาก ท่านจึงได้เสกหมากเสกพลูให้หลวงพ่อกริ่งเคี้ยวทุกวัน และให้เข้าพิธีบูชาราหูในคืนที่มีจันทรุปราคา ให้ครบสี่ครั้งก่อนถึงจะสามารถเข้ารับการครอบครูราหูจากหลวงพ่อน้อยได้ และเมื่อได้ผ่านพิธีการครอบครูแล้ว ท่านก็ได้ช่วยหลวงพ่อน้อยจารกะลานับแต่บัดนั้น ...

หลวงพ่อกริ่งท่านใช้เวลาเรียนวิชา และอยู่ปรนนิบัติหลวงพ่อน้อยจนถึงวาระสุดท้ายเป็นระยะเวลา 6ปี ก่อนที่จะได้รับการแต่งให้ไปเป็นเจ้าอาวาส วัดโพธิ์เลี้ยว จ.กาญจนบุรี ในปี2487.......

(ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก // คำบอกเล่าผู้เฒ่าผู้เเก่ในท้องที่ , สื่ออินเตอร์เน็ตอื่นฯลฯ)


มูลค่าสะสม: โทรถาม

ปลาตะเพียนเงิน ตะเพียนทอง หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
รายละเอียด:
ปลาตะเพียนเงิน ตะเพียนทอง หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.อยุธยา ขนาดเล็กน่ารัก มาพร้อมเลี่ยมทองอย่างหนาๆดูคลาสสิกมากครับ

เครื่องรางประเพศปลาตะเพียนของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา นั้นท่านสร้างขึ้นมาโดยเน้นในเรื่องของโภคทรัพย์ เจริญรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา อยู่เย็นเป็นสุข เมตตามหานิยม โชคลาภ เป็นหลักครับ


มูลค่าสะสม: โทรถาม

ลูกอมผงยันต์เกราะเพชร หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
รายละเอียด:
ลูกอมผงยันต์เกราะเพชร หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกจัดอันดับให้อยู่ 1 ใน 5 เบญจภาคีลูกอมของเมืองไทยอันประกอบไปด้วย
1. ลูกอมมหาจินดามณีมนตราคม พระปลัดปาน วัดตุ๊กตา จ.นครปฐม
2. ลูกอมมหากัน หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม จ.สมุทรสงคราม
3. ลูกอมเกราะเพชร หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.อยุธยา
4. ลูกอมเจ็ดพญาช้างสาร หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว จ.ฉะเชิงเทรา
5. ลูกอม หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กทม.

หลวงพ่อปาน ท่านเขียนอักขระ (ยันต์เกราะเพชร) ลงบนกระดานชนวนแล้วลบผงด้วยตัวท่านเอง จากนั้นก็จะเอาปั้นเป็นลูกอมผงพุทธคุณ และท่านจะทำเฉพาะในระหว่างวันเข้าพรรษาเท่านั้น ผู้ใดมีลูกอมผงยันต์เกราะเพชร ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ไว้ใช้ติดตัวก็จะบังเกิดอานุภาพพุทธคุณดังนี้ ๑)จะไม่ตายโหงอย่างเด็ดขาด ๒)จะไม่ตายด้วยพิษสัตว์ทุกชนิด ๓)ปลอดภัยจากไสยศาสตร์ทุกชนิด ๔)ไสยศาสตร์ทุกประเภทจะสะท้อนกลับไปเอง นอกจากนี้ "ลูกอมผงยันต์เกราะเพชร" ยังมีอานุภาพส่งเสริม ค้ำจุนดวง เสริมบารมีมิให้ตกอับอีกด้วย เป็นต้น


มูลค่าสะสม: โทรถาม

ตะกรุดไม้ครู หลวงปู่ภู วันอินทร์(บางขุนพรหม) กรุงเทพฯ (02)
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
รายละเอียด:
ตะกรุดไม้ครู หลวงปู่ภู วันอินทร์(บางขุนพรหม) กรุงเทพฯ จัดเป็นสุกยอดไม้ครูอันดับ 1 ของไทยครับ

พระครูธรรมานุกูล หรือ หลวงปู่ภู จนฺทเกสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร พระเกจิผู้มีชื่อเสียงโด่งดังรูปหนึ่งในยุคนั้น และยังเป็นศิษย์เอกผู้ใกล้ชิดท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่ได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาและวิทยาอาคมต่างๆ มากมาย วัตถุมงคลของท่านนอกเหนือจาก “พระสมเด็จหลวงปู่ภู” ที่เป็นยอดนิยมและเป็นที่เสาะแสวงหาแล้ว ยังมี “ไม้ครู หลวงปู่ภู” ที่ถือเป็นสุดยอดเครื่องรางของขลัง ที่ได้รับการยอมรับและยกย่องจากนักสะสมเครื่องรางของขลังในยุคเก่าๆ ให้เป็นหนึ่งในชุด ‘9 เครื่องรางมงคลคู่แผ่นดิน’ ดังบทกลอนต่อไปนี้ ..

"หมากดี ที่วัดหนัง ถ้าเบี้ยขลัง วัดนายโรง ไม้ครู คู่วัดอินทร์ ส่วนมีดบิน วัดหนองโพ พิสมร วัดพวงมาลัย ครั่งเหลือร้าย วัดโตนดหลวง ราหู คู่วัดศีรษะ แหวนอักขระ วัดหนองบัว ลูกแร่ ที่วัดบางไผ่ ฤทธิ์เหลือร้ายหาใดปาน เก้าสิ่งล้วนเป็นมงคล ทั่วทุกค ติดกายยามยาตรา ภัยมิกล้ามาแผ้วพานฯ "

การจัดสร้าง “ตะกรุดไม้ครู” หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า “ไม้ครู” ของหลวงปู่ภูนั้น นับว่ายากมากๆ เรียกว่า ผู้ที่มีบุญวาสนาเท่านั้นจึงจะสร้างได้สำเร็จ วัสดุที่ใช้สร้างก็สุดแสนจะหายาก .... ท่านต้องเดินธุดงค์เข้าไปในป่าลึก เพื่อจะไปหาไม้ไผ่ และจะต้องเป็นไม้ไผ่สีสุกที่ถูกฟ้าผ่าล้ม ปลายชี้ไปทางทิศตะวันออกเท่านั้นถึงจะใช้ได้ ตามตำราระบุว่า ไม้ไผ่ลำนี้เปรียบประหนึ่งไม้ยันพระวรกายของท่านท้าวเวสสุวรรณ จากนั้นภายใน 7 วัน ท่านต้องเฝ้ารอดูโขลงช้างที่จะเดินผ่านมาพบ แล้วกระโดดข้ามกอไผ่นั้นทั้งโขลง นอกจากนี้ ก่อนที่ท่านจะตัดไม้ไผ่ลำดังกล่าวได้ ท่านต้องทำพิธีพลีกรรมก่อน นั่นคือ การขอของจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่า เจ้าเขา รุกขเทวดา เพื่อเพิ่มความเข้มขลังให้มากยิ่งขึ้น เมื่อได้ไม้ไผ่มาแล้ว ท่านจะนำมาลงอักขระ แล้วใช้เป็นไม้เท้ายันกายในยามที่ท่านเดินธุดงค์ ตลอดระยะเวลาในการเดินธุดงค์ของหลวงปู่นานถึง 30 ปี จากนั้นท่านก็จะนำไม้เท้าอันนี้มาผ่าให้เป็นแผ่นเล็กๆ เรียกว่า ‘ตอก’ เตรียมไว้สำหรับลงพระนามที่ได้รับจากเบื้องบนฯ..

ถ้าลูกศิษย์คนใดอยากได้ “ไม้ครูหลวงปู่ภู” จะต้องขอท่านก่อนวันเสาร์ และถ้าท่านตอบตกลงทำให้แล้ว ผู้นั้นจะต้องจัดเครื่องไหว้ทำพิธี ซึ่งมี บายศรี หัวหมู มะพร้าวอ่อน และอื่นๆ ตามแต่ที่หลวงปู่จะสั่ง แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ไม้ไผ่ตัดเหลือข้อไว้หนึ่งข้อ หรือไม้ที่เจาะรู ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้ ไม้พยุง ไม้ขนุน หรือ ไม้รักซ้อน เมื่อได้ของครบแล้ว ท่านก็จะทำพิธีลงพระนามในไม้ตอกที่ท่านเตรียมไว้...

การทำพิธีลงพระนาม หลวงปู่ภูจะมองขึ้นบนฟ้าครั้งละนานๆ เคยมีลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดถามท่านว่า "ทำไมหลวงปู่ต้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้า" ท่านตอบว่า "รอพระนามจากเบื้องบน" เมื่อได้พระนามจากเบื้องบนแล้ว ท่านก็จะทำการบรรจุลงพระนามเข้าไปในไม้ที่เจาะเตรียมไว้ บางอันอาจจะบรรจุกระดูกแร้งลงไปด้วย แล้วอุดด้วยชันโรงใต้ดิน (ขี้สูตรดินราบ) ตอกด้วยลิ่มไม้ปิดเอาไว้ และลงอักขระทับอีกที ถือเป็นอันเสร็จพิธี นับว่าขั้นตอนการสร้างยากมากจริงๆ นอกจากนี้ตามตำรายังว่าไว้ว่า ประจุด้านเดียวเรียก ‘ไม้พ่อครู’ ประจุสองด้านเรียก ‘นิ้วเพชรพระอิศวร (ชี้ต้นตาย ชี้ปลายเป็น)’
พุทธคุณของ “ไม้ครู หลวงปู่ภู” เรียกได้ว่าครอบจักรวาล สามารถใช้ป้องกันตัวเมื่อยามคับขัน ป้องกันโจรผู้ร้าย แก้คุณไสย ห่างไกลภูตผีปีศาจ ฯลฯ เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ที่ถือครอง ประการสำคัญ ท่านจะกำชับนักหนาแก่ผู้ที่ได้รับไม้ครูของท่านว่า “ห้ามเอาไปตีใครเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผู้ถูกตีถึงกับเสียจริต (เป็นบ้า) รักษาไม่หายทีเดียว” ครับผม

(ขอชอบพระคุณแหล่งข้อมูล / อ.ราม วัชรประดิษฐ์)


มูลค่าสะสม: โชว์ภาพพระ/ขายแล้วครับ

จำนวน: 73 รายการ, ขณะนี้อยู่หน้าที่ 3 ในทั้งหมด 15 หน้า
   หน้าแรก | ย้อนกลับ
1 | 2 | [3] | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15
หน้าต่อไป | หน้าสุดท้าย