PRAKRUANGTHAI.ORG - ศูนย์พระเครื่องไทย [พระกริ่ง พระหล่อ พระชัยวัฒน์]

 

เชษฐ์ ราชบุรี
คุณพิเชษฐ์ ศิริชัย
โทร. 088-433-4499
bhicheat@hotmail.co.th
ขณะนี้มีผู้เข้าชม: 6 คน
ผู้เข้าชม: 21963 ครั้ง
Administrator
สงวนลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
PRAKRUANGTHAI.ORG
จัดทำโดย
สยามอนุรักษ์ ดอท คอม
พระกริ่ง พระหล่อ พระชัยวัฒน์
พระกริ่งหน้าอินเดีย (พิมพ์หน้าใหญ่) องค์ที่2
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
รายละเอียด:
พระกริ่งองค์นี้ สวยแชมป์ตัวจริง ครับผม สภาพสวยผิวจุ่มน้ำยาดำ ของสมเด็จฯ..เดิมๆ 100% เป็นพระในครอบครองของผู้ใหญ่ในวงค์การท่านหนึ่ง ท่านเก็บไว้อย่างดีมากครับ...พระกริ่งหน้าอินเดียนี้ สมเด็จพระสังราชแพฯ ทรงให้หล่อขึ้นเป็นกรณีพิเศษ...จำนวนสร้างทั้งสิ้น 5,000 องค์ (รวมพระกริ่ง นะ โภคทรัพย์อีก 500 องค์ด้วยครับ=พระกริ่งหน้าอินเดีย 4,500 องค์)..เนื้อสำริด แบบลงหิน ออกไปทางน้ำตาลอมดำ
(เรื่องน้ำยาดำ สมเด็จฯ)....พระกริ่งหน้าอินเดีย วัดสุทัศน์ฯ นี้หลังจากที่พระหล่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว ในช่างระหว่างยังทรงไม่ประสงค์นำออก ให้ประชาชนเช่าบูชานั้น..สมเด็จพระสังฆราชแพฯ ได้ทรงมีบัญชาให้ช่างลบบัวด้านหลังองค์พระออกด้วยเหตุผลบางประการฯ ซึ่งเมื่อได้ลบบัวออกแล้วปรากฏเนื้อพระในบริเวณที่ลบบัวออกจะดูใหม่กว่าบริเวณอื่นขององค์พระดูแล้วหลอกตาไม่สวย...สมเด็จฯ ท่านได้ทรงประทานน้ำยาตัวหนึ่งให้ช่างแต่งพระนำพระกริ่งทั้งหมดไปจุ่มน้ำยานี้... และเมื่อจุ่มน้ำยาขึ้นมาแล้ว ปรากฏว่าผิวพระกริ่งจะได้มีสีดำสวยเสมอกันทั้งอค์ครับ...(ปัจจุบันยังไม่ใครทราบคร้บ ว่าน้ำยาดำ ของสมเด็จฯ.นั้นท่านทำมาจากอะไร)


มูลค่าสะสม: โทรถาม

พระชัยวัฒน์ -ไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร -ปี 2495
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
รายละเอียด:
พระสวยมาก หูตากระพริบ ผิวเดิมๆ ไม่ผ่านการล้างใดๆมาก่อนเเลยครับ องค์นี้ถ้าล้างออกมาจะสวยกว่านี้อีกเยอะ แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นพระล้างนั่นแหละ สู้เอาไว้ เดิมๆ แบบนี้ดีกว่า...ครับผม

ได้มีประวัติความเป็นมา และที่มาของชื่อ ไพรีพินาศ ว่า เดิมที่นั้นเป็นพระพุทธรูปศิลาแลง ขนาด หน้าพระเพลา 1 คืบ 4 นิ้ว สูงตลอด พระรัศมี 1 ศอก มีเศษไม่ถึงนิ้ว เป็นพระพุทธรูป ธยานิพุทธเจ้า ปางประทานพร พุทธสมัยแบบศรีวิชัย ซึ่งเล่ากันว่าพระพุทธรูปองค์นี้มีผู้มานำถวาย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงผนวชในราว ปี 2391 และถวายพระนามว่า พระไพรีพินาศ มูลเหตุที่ได้ถวายพระนามดังกล่าว ก็เนื่องจากในระยะเวลานั้น หม่อมไกรสรซึ่งเป็นไพรีสำคัญ ของพระองค์ ได้รับพระราชอาญาให้สำเร็จโทษด้วยท่อนจันทร์ ที่วัดปทุมคงคา เมื่อวันพุธ เดือนอ้าย แรม 3 ค่ำ ตรงกับวันที่ 13 ธ.ค 2391 จึงได้พระราชทานนามดังกล่าว เป็นนิมิตมงคลอันประเสริฐ ปัจจุบัน พระไพรีพินาศ ประดิษฐานอยู่ที่เก๋งพระประจำซุ้มจตุรทิศ ด้านทิศเหนือ ของพระมหาเจดีย์ ที่วัดบวรนิเวศวิหาร โดยพระไพรีพินาศ นี้ได้จำลองพุทธลักษณะนำมาจัดสร้าเป็น พระเครื่องเป็นครั้งแรกในสมัย สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์(ชื่นนพวงศ์)ในวาระโอกาสที่ทรงมีอายุครบ 80 พรรษา ครั้งนั้นได้มีการจัดสร้างพระขึ้นดังนี้
1. พระบูชาขนาดหน้าเพลากว้าง 4 นิ้ว
2. พระกริ่งไพรีพินาศ
3. พระชัยวัฒน์ไพรีพินาศ
4. เหรียญพระไพรีพินาศ

ด้วยปีพุทธศักราช ที่จารึกไว้ด้านหลังองค์พระกริ่ง และเหรียญ มีการระบุปีพุทธศักราช 2495 ซึ่งความจริงแล้วควรจะต้องระบุเป็น ปี 2496 ทั้งนี้ เพื่อให้ตรง และสอดคล้องกับเจตนาการสร้าง ในวาระฉลองพระชนมายุ ครบ 80 ของสมเด็จพระสังฆารชฯ ทำให้นักเล่นเข้าใจว่าสร้างในปีดังกล่าว ซึ่งจริงๆ แล้วพิธีกรรม เริ่มขึ้นตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2496 ถึง 4 เมษายน2496 โดยประกอบพิธีเททองหล่อพระปฏิมา เพื่อเป็นฑีฆายุมหามงคล ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร


มูลค่าสะสม: ให้บูชาแล้ว

พระพุทธศาสดาหล่อใบเสมา หลัง ภปร. วัดบวรฯ. รุ่นแรก(เนื้อทองคำ)
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
รายละเอียด:
พระพุทธศาสดาหล่อใบเสมา หลัง ภปร. ปี32 วัดบวรนิเวศ กรุงเทพฯ พ.ศ.2532 สร้างเนื่องในโอกาสครบสองทศวรรษโรงพยาบาลรามาธิบดี ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ เนื้อชนวนโลหะที่นำมาหลอม นอกจากแผ่นอักขระยันต์และชนวนโลหะมงคลจำนวนมากแล้ว สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานลงอักขระแผ่นทอง แผ่นนาก และแผ่นเงิน อย่างละ 5 แผ่น เพื่อนำมาหล่อหลอมเป็นองค์พระกริ่งศาสดา พิธีเททองโดยสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประกอบพิธีเททองหล่อพระศาสดาชุดนี้หน้าพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร วันพฤหัสบดี ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 11 พฤษภาคม 2532 เวลา 13.18 น. อันเป็นราชาฤกษ์และได้เกณฑ์เพชรฤกษ์และธนโยค พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ที่วัดบวรนิเวศ โดยมีสมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธาน พระพุทธศาสดา หล่อใบเสมา หลัง ภปร. วัดบวรนิเวศวิหาร ประกอบด้วย -พระหล่อเนื้อทองคำ น้ำหนัก 25.4 กรัม -พระหล่อเนื้อเงิน น้ำหนัก 14.8 กรัม -พระหล่อเนื้อนวะ น้ำหนัก 11.8 กรัม

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ได้ทรงประธานให้ โดยนำเข้าพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2532 โดยมีประธานฝ่ายสงฆ์ คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงจุดเทียนชัย เมื่อเวลา 18.30 น. อันเป็นบูรณฤกษ์ (ภูมิปาโล) และทรงแผ่เมตตาจิตให้จนเสร็จพิธี มีพระสงฆ์เจริญ พระพุทธมนต์ 10 รูป สวดพุทธาภิเษก 4 รูปและมีพระเกจิคณาจารย์ร่วมอธิษฐานจิตอีก 9 รูป มีหลวงพ่อุตตมะ หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธินิมิต เป็นต้น

พระศาสดาท่านได้ชื่อว่าเป็น "พระหมอ" ซึ่งส่วนใหญ่จะมีคนไปขอไปบนบานกับท่านแล้ว มักจะหายทุกรายไป หากการอธิษฐานนั้นไม่เกินกรรม ดังนั้นทางโรงพยาบาลรามาจึงนำรูปท่านมาสร้างเป็นพระ เพื่อหมายให้ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยได้นำไปบูชาติดตัว

จัดสร้างโดยคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยร่วมกับมูลนิธิรามาธิบดี เพื่อดำเนินการหาทุนเพื่อตั้งเป็นกองทุนผู้ป่วยที่ยากไร้ และก่อสร้างศูนย์การแพทย์สิริกิติ์

พระพุทธศาสดาหล่อใบเสมา หลัง ภ.ป.ร. มีความพิเศษที่น่าสนใจดังนี้คือ

1. มีปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร.ขององค์พระมหากษัตริย์ ผู้เป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวไทย ประดิษฐ์อยู่ด้านหลังขององค์พระศาสดาเป็นครั้งแรก
2. มีประธานฝ่ายสงฆ์ คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเป็นประธานอุปการคุณฝ่ายสงฆ์
3. รายได้ที่เกิดขึ้นนำมาใช้ในกองทุนผู้ป่วยยากไร้ และสร้างอาคารรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลรามาธิบดี




มูลค่าสะสม: โทรถาม

รูปเหมือนปั้มเข่ากว้างหลังเต็ม (รุ่นทวีคูณ - เนื้อทองคำ)
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
รายละเอียด:
แกะพิมพ์โดยนายช่างเกษม มงคลเจริญ พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ เป็นกรรมการจัดสร้าง หลวงพ่อคูณปลุกเสก ๗ วัน ๗ คืน เน้อทองคำ สร้างจำนวน 499 องค์ ตอกโค๊ด " อุ " ที่สังฆาฎิ และตอกเลขไทยที่ใต้ฐานทุกองค์ และองค์นี้หมายเลข " ๑๑o " (องค์ของท่านประชา พรหมนอก) พิธีเททองในวันมาฆบูชา ...และประกอบพิธีพุทธาภิเษกในวันอาสาฬหบูชา..พระรุ่นนี้อนาคตดีที่สุด น่าเก็บสะสมมากครับ


มูลค่าสะสม: ....โทรถาม

หลวงปู่ทวด หลังเตารีด พิมพ์กลางปำซำ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
รายละเอียด:
พระสวยสุดๆ หน้าใหญ่ นิยม


มูลค่าสะสม: โชว์พระ

จำนวน: 65 รายการ, ขณะนี้อยู่หน้าที่ 8 ในทั้งหมด 13 หน้า
   หน้าแรก | ย้อนกลับ
1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | [8] | 9 | 10 | 11 | 12 | 13
หน้าต่อไป | หน้าสุดท้าย